เมื่อพบรหัสข้อผิดพลาด -500 ขณะใช้ Spotify มักหมายถึงเซิร์ฟเวอร์มีปัญหาชั่วคราว หรือการเชื่อมต่อระหว่างไคลเอนต์กับเซิร์ฟเวอร์ผิดปกติ ปัญหานี้อาจทำให้การเล่นเพลงหยุดชะงัก โหลดเนื้อหาไม่ได้ หรือไม่สามารถล็อกอินได้ แต่ไม่ต้องกังวล เพราะในหลายกรณีคุณสามารถแก้ไขได้ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ต่อไปนี้เป็นวิธีตรวจสอบ 3 ขั้นตอนเพื่อให้คุณกลับมาใช้งานได้เร็ว
ตรวจสอบการเชื่อมต่อเครือข่ายและสถานะเซิร์ฟเวอร์
รหัสข้อผิดพลาด -500 มักเกิดจากความไม่เสถียรของเครือข่ายหรือปัญหาแบ็กเอนด์ของ Spotify ก่อนอื่นให้ตรวจสอบว่าเครือข่ายของคุณทำงานปกติ: สลับระหว่าง Wi-Fi และข้อมูลมือถือ หรือรีสตาร์ทเราเตอร์เพื่อตัดปัญหาที่เครื่องของคุณ จากนั้นเข้าไปที่หน้าแสดงสถานะของ Spotify (status.spotify.com) เพื่อดูว่าบริการมีการขัดข้องหรือไม่ หากแสดง "All Systems Operational" แสดงว่าปัญหาอยู่ที่ฝั่งคุณ แต่หากแสดงว่ามีปัญหา ให้รอให้ทีมงานแก้ไข
หากเครือข่ายปกติและสถานะเซิร์ฟเวอร์เป็นสีเขียว ให้ลองปิดแอป Spotify แล้วเปิดใหม่ บางครั้งข้อมูลแคชชั่วคราวของไคลเอนต์อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาด -500 การปิดแล้วเปิดใหม่จะช่วยล้างสัญญาณรบกวนดังกล่าว
ล้างแคชและอัปเดตเวอร์ชันแอป
ไฟล์แคชที่เสียหายเป็นสาเหตุทั่วไปของรหัสข้อผิดพลาด -500 สำหรับเวอร์ชันเดสก์ท็อป: ไปที่เมนู "Edit" เลือก "Preferences" เลื่อนลงไปที่ส่วน "Offline devices" แล้วคลิก "Delete cache" สำหรับมือถือ ให้เข้าไปที่ "Settings" ในแอป เลือก "Storage" แล้วล้างแคช หลังจากล้างแล้วให้ล็อกอินเข้าบัญชี Spotify อีกครั้ง การเล่นเพลงส่วนใหญ่จะกลับมาเป็นปกติ


