Spotify เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ผู้ใช้หลายคนยังคงลังเลว่าควรจ่ายเงินสมัคร Premium หรือไม่ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างที่แท้จริงระหว่างเวอร์ชันฟรีและแบบเสียเงินในมิติหลักอย่างคุณภาพเสียง โฆษณา การดาวน์โหลดออฟไลน์ และข้อจำกัดการข้ามเพลง เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่าตัวเลือกไหนเหมาะกับพฤติกรรมการฟังเพลงประจำวันของคุณ
คุณภาพเสียงกับปริมาณข้อมูลที่ใช้: เวอร์ชันฟรีพอไหม?
Spotify เวอร์ชันฟรีมีอัตราบิตสูงสุดที่ 160kbps (รูปแบบ Ogg Vorbis) ซึ่งฟังเพลงระหว่างเดินทางหรือเป็นเพลงประกอบพื้นหลังได้พอใช้ แต่เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบ ความแตกต่างด้านความคมชัดจะชัดเจนมากขึ้น ในขณะที่ Premium ให้คุณภาพเสียง 320kbps ซึ่งเก็บรายละเอียดเสียงร้องและความลึกของเสียงเบสได้ดีกว่า สำหรับสายออดิโอไฟล์หรือคนที่ฟังแนวคลาสสิกและแจ๊สเป็นประจำ ความต่างนี้สังเกตได้ชัดเจน
ถ้าคุณใช้หูฟังบลูทูธฟังเพลงกลางแจ้งเป็นหลัก คุณภาพเสียงของเวอร์ชันฟรีก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าคุณใช้ชุดอุปกรณ์ระดับมอนิเตอร์ในบ้านหรือให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียง การอัปเกรดเป็น Premium ก็คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม อัตราบิตที่สูงขึ้นจะทำให้ใช้ปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นประมาณสองเท่า ส่วนฟังก์ชันดาวน์โหลดออฟไลน์ก็ช่วยแก้ปัญหานี้ได้
โฆษณากับอิสระในการข้ามเพลง: ความแตกต่างด้านประสบการณ์ที่มากที่สุด
Spotify เวอร์ชันฟรีจะแทรกโฆษณาแบบเสียงทุก ๆ 2-3 เพลง และบางครั้งก็มีโฆษณาแบบวิดีโอ ซึ่งขัดจังหวะการฟังเพลงของคุณ ส่วน Premium ไม่มีโฆษณาใด ๆ เลย ทำให้การเล่นเพลงต่อเนื่องและลื่นไหล ขณะที่เวอร์ชันฟรีบนมือถือสามารถเล่นแบบสุ่ม (Shuffle) เท่านั้น ไม่สามารถเลือกเพลงที่ต้องการเริ่มเล่นได้เอง ส่วนบนเดสก์ท็อปแม้จะเลือกเพลงได้ แต่ถูกจำกัดจำนวนครั้งในการข้ามเพลงไว้ที่ 6 ครั้งต่อชั่วโมง
สำหรับผู้ใช้ที่ชอบฟังเพลงตามลำดับอัลบั้มหรือข้ามเพลงบ่อย ๆ ข้อจำกัดเหล่านี้สร้างความรำคาญอย่างมาก ผู้ใช้ Premium สามารถข้ามเพลงได้ไม่จำกัด และเลือกเพลงที่ต้องการบนมือถือได้โดยตรง นี่คือการอัปเกรดประสบการณ์ที่สำคัญที่สุดของการสมัคร Premium


