ในงาน Google I/O 2026 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Google ประกาศเปลี่ยน Gemini จากระบบจำกัดจำนวนข้อความคงที่ มาเป็นระบบโควต้าตามการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ โดยมีเป้าหมายให้คำแนะนำข้อความธรรมดาใช้โควต้าน้อยลง แต่งานวิดีโอหรือการเขียนโค้ดที่ซับซ้อนใช้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังระบบใหม่เปิดตัว มีผู้ใช้จำนวนมากร้องเรียนว่าโควต้าหมดเร็วเกินไป โดยเฉพาะเมื่ออัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่หรือใช้งานฟีเจอร์หนักอย่าง "การวิจัยเชิงลึก" Google จึงตอบสนองอย่างรวดเร็ว Josh Woodward หัวหน้าทีม Gemini ยืนยันว่ากำลังปรับระบบ เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้
Woodward กล่าวว่า Google ได้ กำหนดเพดานโควต้าสูงสุดต่อคำแนะนำเดียว เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้โมเดล Pro ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น นอกจากนี้ คำแนะนำที่ใช้โมเดล Flash-Lite จะยังคงฟรีและไม่นับรวมกับโควต้า ส่วนคำขอที่ล้มเหลวก็ไม่กระทบโควต้าเช่นกัน สำหรับปัญหาที่ผู้ใช้บางรายพบว่าฟีเจอร์สร้างวิดีโอ "Omni" ใช้โควต้าผิดปกติ Google ได้แก้ไขบั๊กดังกล่าวแล้ว เพื่อเพิ่มความโปร่งใส Google วางแผนเปิดตัวรายละเอียดการใช้งานที่ละเอียดขึ้นและการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจว่าโควต้าไปอยู่ที่ไหน ปัจจุบันแดชบอร์ด gemini.google.com/usage แสดงเฉพาะข้อมูลภาพรวมเท่านั้น ในอนาคต Google จะอนุญาตให้ผู้ใช้ซื้อเครดิต AI แบบจ่ายตามการใช้งาน (pay-as-you-go top-up credits) ได้

