Titikey
หน้าแรกข้อมูลแพลตฟอร์มOpenaiOpenAI ขยายโหมดล็อก (Lock Mode) ของ ChatGPT ให้กับบัญชีส่วนตัวทุกประเภทแล้ว

OpenAI ขยายโหมดล็อก (Lock Mode) ของ ChatGPT ให้กับบัญชีส่วนตัวทุกประเภทแล้ว

9/6/2569
Openai

OpenAI กำลังขยายเครื่องมือรักษาความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง "โหมดล็อก" (Lock Mode) ให้กับฐานผู้ใช้ที่กว้างขึ้น หลังจากเปิดตัวครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ให้กับกลุ่มผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูง เช่น ผู้บริหารและทีมรักษาความปลอดภัย ขณะนี้บริษัทประกาศว่าฟีเจอร์ดังกล่าวพร้อมให้บริการแก่บัญชี ChatGPT ส่วนบุคคลทุกระดับ (Free, Go, Plus และ Pro) รวมถึงบัญชี ChatGPT Business แบบ自助 (Self-Serve) ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานได้ในเมนูการตั้งค่าภายใต้ตัวเลือก "Security"

เมื่อเปิดใช้งานโหมดล็อก ChatGPT จะจำกัดหรือปิดการทำงานของฟีเจอร์หลักหลายอย่างที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือบริการภายนอก เช่น การท่องเว็บ (Web Browsing), ปลั๊กอิน (Plugins), และ Code Interpreter ซึ่งอาจนำเข้าข้อมูลจากภายนอกหรือดำเนินการภายนอกได้ การดำเนินการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การป้องกันภัยคุกคามที่ครอบคลุมมากที่สุดแก่ผู้ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ส่วนบุคคลและองค์กรที่ต้องการใช้เครื่องมือ AI ในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน ในเวลาเดียวกัน OpenAI ยังประกาศว่าฟีเจอร์ "Active Sessions" พร้อมให้บริการแก่บัญชี ChatGPT ทุกประเภทและทุกพื้นที่ทำงานแล้ว เพื่อช่วยให้ผู้ใช้จัดการสถานะการเข้าสู่ระบบจากหลายอุปกรณ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ด้วยการที่เครื่องมือ AI ถูกนำมาใช้มากขึ้นในการทำงานในองค์กรและชีวิตประจำวัน ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ใช้ให้ความสนใจ การขยายโหมดล็อกในวงกว้างแสดงให้เห็นว่า OpenAI กำลังใช้วิธีการทางเทคนิคเพื่อลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเข้มงวด เช่น การเงินและกฎหมาย ซึ่งต้องการสภาพแวดล้อมการโต้ตอบที่ควบคุมได้มากขึ้น ในอนาคต การตั้งค่าความปลอดภัยแบบละเอียดในลักษณะนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานของแพลตฟอร์ม AI ซึ่งจะผลักดันให้อุตสาหกรรมเปลี่ยนแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์จาก "การสะสมฟังก์ชัน" ไปสู่ "การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก"

หน้าแรกร้านค้าคำสั่งซื้อ