จากแผนสมัครสมาชิก Spotify Premium นั้น แบบ Personal และ Family เป็นตัวเลือกยอดนิยมที่สุด หลายคนลังเลว่าจะจ่ายเพิ่มเพื่ออัปเกรดเป็น Family หรือแค่ Personal ก็เพียงพอแล้ว ความจริงแล้วความแตกต่างหลักไม่ได้มีแค่เรื่องราคา แต่ยังรวมถึงการจัดการบัญชี ประสบการณ์การแชร์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว และฟีเจอร์ซ่อนเร้นต่างๆ ด้วย ด้านล่างนี้เราจะแยกวิเคราะห์ในมิติสำคัญเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าแบบไหนเหมาะกับตัวเองมากกว่า
ราคาและโครงสร้างการสมัคร
แผน Personal มีค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน ใช้ได้เพียงบัญชีเดียวเท่านั้น ไม่มีสมาชิกเพิ่มเติม ส่วนแผน Family มีราคาประมาณ 1.5 เท่าของแผน Personal แต่รองรับได้สูงสุด 6 บัญชี โดยสมาชิกแต่ละคนมีสิทธิ์ Premium แยกกัน เมื่อเฉลี่ยต่อคนแล้วต้นทุนจะต่ำกว่าแผน Personal มาก โดยเฉพาะเหมาะสำหรับการแชร์กันในกลุ่มเพื่อนร่วมห้องหรือครอบครัวที่มีตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป อย่างไรก็ตาม แผน Family กำหนดให้สมาชิกทุกคนกรอกที่อยู่เดียวกันเพื่อยืนยันตัวตน และบางครั้งอาจมีการสุ่มตรวจสอบที่อยู่
นอกจากนี้ Spotify มักมีโปรโมชั่นทดลองใช้ฟรี สำหรับผู้ใช้ใหม่แผน Personal มักได้รับสิทธิ์ทดลองใช้ฟรี 1-3 เดือน ในขณะที่แผน Family มักไม่มีโปรโมชั่นลักษณะนี้มากนัก หากคุณต้องการใช้เพียงระยะสั้น แผน Personal อาจมีความยืดหยุ่นมากกว่า
ความแตกต่างด้านฟังก์ชัน: คุณภาพเสียง อุปกรณ์หลายเครื่อง และการควบคุมการเล่น
ทั้งสองแผนมีฟังก์ชันหลักในการฟังเพลงที่เกือบจะเหมือนกัน รองรับคุณภาพเสียงสูงที่ 320kbps ไม่มีโฆษณา ดาวน์โหลดฟังแบบออฟไลน์ และข้ามเพลงได้ไม่จำกัด ความแตกต่างอยู่ที่ระดับบัญชี แผน Family อนุญาตให้สมาชิกแต่ละคนจัดการเพลย์ลิสต์ รายการโปรด และประวัติการฟังของตัวเองได้อย่างอิสระ โดยไม่รบกวนกัน ในขณะที่แผน Personal หากมีหลายคนใช้บัญชีเดียวกัน จะทำให้อัลกอริทึมการแนะนำเสีย และไม่สามารถเล่นบนอุปกรณ์ต่างกันพร้อมกันได้

