Titikey
หน้าแรกข้อมูลแพลตฟอร์มOpenclawสงครามแย่งชิงบุคลากร AI ร้อนระอุ! Google เสียสตาร์ดัง ขณะที่ OpenAI และ Meta เร่งตีสนิทดูดคน

สงครามแย่งชิงบุคลากร AI ร้อนระอุ! Google เสียสตาร์ดัง ขณะที่ OpenAI และ Meta เร่งตีสนิทดูดคน

28/6/2569
Openclaw

สงครามแย่งชิงบุคลากร AI ระหว่างยักษ์ใหญ่เทคโนโลยียิ่งทวีความรุนแรง Business Insider รายงานว่า ในการแข่งขันเพื่อดึงดูดบุคลากร AI ระดับหัวกะทิ Google กำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก ล่าสุด ผู้ชนะรางวัลโนเบล ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI และ "สถาปนิก AI สมัยใหม่" ต่างประกาศอำลา Google เพื่อไปร่วมงานกับแล็บ AI หน้าใหม่ นี่เป็นสัญญาณว่าสงครามบุคลากรได้ก้าวเข้าสู่ "ยุคสตาร์" — แล็บต่าง ๆ ไม่เพียงแค่ต้องการขุมกำลังด้านเทคนิค แต่ยังแข่งขันกันแย่งชื่อชั้นที่มีอิทธิพลในอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความได้เปรียบในศึกชิงความเป็นใหญ่ด้าน AI

ข้อมูลบ่งชี้ว่า Google มีอัตราการสูญเสียบุคลากรอย่างมีนัยสำคัญ โดยตั้งแต่ต้นปี 2024 เป็นต้นมา มีพนักงาน Google อย่างน้อย 44 คนที่ย้ายไปทำงานกับ OpenAI และในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นเป็น อย่างน้อย 85 คน ขณะเดียวกัน Apple ดึงผู้เชี่ยวชาญ AI จาก Google ไปแล้วอย่างน้อย 36 คนในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วน Meta ก็เร่งเสริมทัพด้วยการดึงดูดสตาร์ดังจาก Google DeepMind และ Scale AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดตั้งทีม AI ระดับ "ออลสตาร์" โฆษกของ Google ระบุว่าการแข่งขันด้านบุคลากร AI นั้นดุเดือด แต่บริษัทยังคง "มั่นใจ" ในความสามารถในการดึงดูดและรักษาบุคลากร พร้อมย้ำว่าบริษัทก็กำลังดึงบุคลากรจากแล็บคู่แข่งเช่นกัน

การขาดแคลนบุคลากร AI กลายเป็นเรื่องปกติในอุตสาหกรรม การเพิ่มขึ้นของสตาร์ทอัพ AI ในยุโรปทำให้บริษัทอย่าง Google DeepMind ต้องเผชิญกับทางเลือกระหว่าง "จ่ายค่าตอบแทนสูงเพื่อรักษาคน" กับ "สูญเสียสมองชั้นนำ" ซีอีโอของบางบริษัทโทรศัพท์ติดต่อผู้สมัครเป็นการส่วนตัว โดยเสนอเงินเดือนระดับล้านเหรียญสหรัฐฯ Sam Altman จาก OpenAI เคยโทรศัพท์ "ขาย" ตำแหน่งให้กับบุคลากรเป้าหมายโดยตรงด้วยเช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมชี้ว่าวิศวกร AI เหมือน "ศิลปิน" มากกว่า "นักวิทยาศาสตร์" และสภาพแวดล้อมการทำงานในองค์กรใหญ่บางครั้งอาจบั่นทอนความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่บุคลากรดาวเด่นจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เลือกที่จะเข้าร่วมสตาร์ทอัพหรือแล็บหน้าใหม่

ข้อคิดเห็น สงครามแย่งชิงบุคลากรครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความต้องการที่แทบจะไม่มีที่สิ้นสุดของอุตสาหกรรม AI สำหรับสมองอัจฉริยะ แต่ยังบ่งบอกถึงการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ของสมดุลอำนาจทางเทคโนโลยี เมื่อ "เอฟเฟกต์ซูเปอร์สตาร์" ของแล็บเริ่มมีอิทธิพลเหนือทิศทางการวิจัยและพัฒนา Google จะสามารถรักษาความได้เปรียบด้วยระบบนิเวศและทรัพยากรของตนได้หรือไม่ นี่คือประเด็นสำคัญที่วงการเทคโนโลยีจะจับตามองในปีหน้า

หน้าแรกร้านค้าคำสั่งซื้อ