การแยกทางของโอบามากับไรท์: ย้อนรอยเหตุการณ์ประณามครั้งประวัติศาสตร์ปี 2008
29 เมษายน 2008 บารัค โอบามา ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตในขณะนั้น ออกแถลงการณ์อย่างแข็งกร้าวที่รัฐเพนซิลเวเนีย ประณามเจเรไมอาห์ ไรท์ ศิษยาภิบาลที่ร่วมงานกับเขามานาน โดยโอบามาระบุว่าคำพูดล่าสุดของไรท์ “แบ่งแยกและผิดพลาด” และย้ำว่ามุมมองเหล่านี้ขัดแย้งกับค่านิยมและนโยบายหาเสียงของเขาโดยสิ้นเชิง เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นทางสังคมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดครั้งหนึ่งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปีนั้น และจุดชนวนการถกเถียงอย่างลึกซึ้งในสังคมอเมริกันเกี่ยวกับเส้นแบ่งระหว่างเชื้อชาติ ศาสนา และการเมือง
วันนี้ในประวัติศาสตร์: จุดจบของจอห์น วิลค์ส บูธ นักฆ่าอับราฮัม ลินคอล์น
26 เมษายน 1865 ปิดฉากการไล่ล่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา จอห์น วิลค์ส บูธ มือสังหารประธานาธิบดีลินคอล์น ถูกทหารสหพันธรัฐล้อมจนมุมและยิงเสียชีวิตที่รัฐเวอร์จิเนีย หลังก่อเหตุเพียง 12 วัน
วันนี้ในประวัติศาสตร์: จอห์น วิลค์ส บูธ มือสังหารลินคอล์นถูกสังหาร
26 เมษายน ค.ศ. 1865 จอห์น วิลค์ส บูธ ผู้ลอบสังหารอับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐฯ ถูกกองกำลังสหพันธรัฐล้อมและยิงเสียชีวิตใกล้พอร์ตรอยัล รัฐเวอร์จิเนีย เหตุการณ์นี้ปิดฉากการไล่ล่าระดับชาติที่กินเวลานาน 12 วัน และกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงสิ้นสุดสงครามกลางเมืองอเมริกา
ลอบสังหารลินคอล์น: จุดจบของจอห์น วิลค์ส บูธ วันที่ 26 เมษายน 1865
26 เมษายน 1865 จอห์น วิลค์ส บูธ มือสังหารประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ถูกกองทัพสหพันธรัฐล้อมจนเสียชีวิตใกล้พอร์ตรอยัล รัฐเวอร์จิเนีย หลังหลบหนีนาน 12 วัน การตามล่าครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ บูธถูกยิงเสียชีวิตในยุ้งฉาง ขณะที่ผู้สมรู้ร่วมคิดถูกจับกุมและบางส่วนถูกประหารชีวิต เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความรุนแรงและความสุดโต่งทางการเมือง
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ 26 เม.ย. 1865: จุดจบของจอห์น วิลค์ส บูธ มือสังหารประธานาธิบดีลินคอล์น
26 เมษายน 1865 จอห์น วิลค์ส บูธ มือสังหารอับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกทหารสหพันธรัฐล้อมและยิงเสียชีวิตใกล้เมืองพอร์ตรอยัล รัฐเวอร์จิเนีย เพียง 12 วันหลังจากที่เขาลอบยิงลินคอล์นที่โรงละครฟอร์ด บูธซึ่งเป็นนักแสดงและผู้เห็นอกเห็นใจฝ่ายใต้ วางแผนสังหารครั้งนี้เพื่อหวังทำให้ผู้นำฝ่ายเหนืออ่อนแอลงและเปิดทางให้ฝ่ายใต้ได้หายใจ


